มนุษย์เงินเดือนก็เป็นเศรษฐีได้ ไม่อ่านถือว่าพลาด

      


      ในยุคที่มีแต่คนมองว่ามนุษย์เงินเดือนไร้ค่า ไม่มีศักดิ์ศรี ไม่มีโอกาสร่ำรวย อาชีพที่รอขอเงินจากเจ้าของธุรกิจ หรืออาชีพที่มีเพดานของรายได้ต่อให้เงินเดือนสูงแต่ก็ยังมีรายได้ น้อยกว่าเจ้าของธุรกิจอยู่ดี  แต่ถ้าเรามองกันอย่างตรงไปตรงมา อาชีพนี้กลับมีข้อดีอยู่เหมือนกัน มาลองฟันกันสิครับ


     ข้อดี มนุษย์เงินเดือน

     1.ไม่เสี่ยงจึงไม่จำเป็นต้องคิดมาก ทำงานตามที่เจ้านายสั่ง เราไม่จำเป็นต้องรับผิดชอบกับผลที่เกิดขึ้นไมว่าทางบริษัทจะขาดทุนเท่าไร นอกเสียจากบริษัทจะล้มละลายจำเป็นต้องปลดพนักงาน  มนุษย์เงินเดือนก็จำเป็นต้องมีแผน 2 อาจมีการออมเงินไว้ยามฉุกเฉิน

     2.มีความสุขกับชีวิตมากกว่า ไม่จำเป็นต้องมารับผิดชอบทั้งบริษัท หรือทั้งธุรกิจ ช่วงวันหยุดก็สามารถทิ้งทุกอย่างไว้ที่ทำงาน เอาเวลาไปเที่ยวกับครอบครัวโดยไม่ต้องมากังวลกับรายได้ของบริษัท  คนที่ทำธุรกิจส่วนตัวกว่าจะประสบความสำเร็จต้องลองผิดลองถูกมานับครั้งไม่ถ้วน  ถ้าเราเป็นมนุษย์เงินเดือนเราจะไม่จำเป็นต้องทุกข์ใจเรื่องดังกล่าว

     3.มีเงินที่มั่นคง สามารถขอกู้เงินได้สบายๆ ถ้าเราจำเป็นต้องกู้เงิน   รายได้ที่เข้ามาประจำทำให้ทางธนาคารสามารถปล่อยเงินกู้ได้ไม่ยาก ทำให้เราสามารถระดมเงินไปลงทุนทำธุรกิจเสริมรายได้ หรือ ซื้ออสังหาริมทรัพย์ ได้อย่างสบายใจ อยากมีบ้านมีรถไม่ใช้เรื่องยากเลย

     4.ถ้าบริหารเวลาเป็นมีเวลาแบ่งไปทำอาชีพเสริมได้ ถึงคนเราจะทำงานวันละ 8 ชั่วโมง แต่เราสามารถแบ่งเวลาในวันหยุด หรือหลังเลิกงานมาทำงานเสริมที่เราชอบ สามารถเพิ่มรายได้ ได้อีกทางหนึ่ง โดยไม่จำเป็นต้องมานั่งเครียดว่ารายได้ตรงจุดนี้จะพอเลี้ยงชีพหรือไม่ แถมถ้าทุ่มเทมากพอรายได้เสริมอาจมีมากกว่ารายได้หลักก็เป็นไปได้

     5.สามารถลงทุนได้อย่างสบายใจ สำหรับคนทำธุรกิจส่วนตัวถ้าธุรกิจพึงเริ่มต้น จะแบ่งเงินออกไปลงทุน  อาจเป็นเรื่องยาก เพราะจำเป็นต้องเก็บเงินสดไว้ ยามฉุกเฉิน ถ้าใช้หมด  ช่วงที่ธุรกิจไม่มีรายได้เข้ามา  อาจมีเงินไม่พอใช้  แต่สำหรับมนุษย์เงินเดือน แค่วางแผนแบ่งเงินไว้ส่วนหนึ่งไว้ลงทุนก็ไม่กระทบกับการใช้จ่ายอย่างแน่นอน




     เมื่อเราเห็นถึงข้อดีของมนุษย์เงินเดือนแล้ว เรามาดูข้อเสียของเจ้าของกิจการกันบ้างดีกว่า

     1. ต้องเหนื่อยกว่า การที่จะเป็นเจ้าของกิจการไม่ใช้เรื่องง่าย ต้องทุ่มเทเวลาทั้งหมดของชีวิตเพื่อปรับปรุงพัฒนาธุรกิจของเราให้ดียิ่งขึ้นเพื่อสามารถเอาชนะคู่แข่งได้ ไม่ใช้เพียงเหนื่อยกาย บางทีถ้าไม่เป็นไปตามตั้งใจอาจเหนื่อยใจอีก

     2. ต้องใช้เงินทุนมากและต้องรับผิดชอบกับเงินจำนวนนี้เอง  ตรงจุดนี้เป็นจุดสำคัญเลยเพราะหลายๆคนไม่อยากเป็นเจ้าของกิจการเพราะส่วนใหญ่ไม่มีเงินจำนวนมากขนาดนั้น ถึงมีก็กลัวที่จะหมดเงินจำนวนนั้นไป การที่ต้องการเป็นเจ้าของกิจการก็จำเป็นต้องรับความเสี่ยงที่จะสูญเงินในการเริ่มธุรกิจ เห็นไหมไม่ใช้เรื่องง่ายเลยที่จะทำธุรกิจส่วนตัว

     3.ลูกค้าคือพระเจ้า อย่างมนุษย์เงินเดือนต้องทำตามคำสั่งเจ้านาย แต่เจ้าของธุรกิจก็ต้องทำตามความต้องการของลูกค้า เพราะลูกค้าทำให้ธุรกิจมีรายได้เข้ามา  สินค้าบริการทุกอย่างต้องถูกใจลูกค้า และบางทีก็ต้องทำในเรื่องที่ฝืนใจตัวเราเอง อย่างเช่น ต้องมาคอยรองรับอารมณ์ของลูกค้าที่เอาแต่ใจ เป็นต้น 

     4. รายได้ไม่แน่นอน เคยเห็นไหมครับ คนรอบๆ ตัวเราที่ทำธุรกิจส่วนตัว บางเดือนเขาอาจจะมีรายได้มหาศาลเข้ามา แต่บางเดือนอาจไม่มีรายได้เข้ามาเลย เพราะเราไม่สามารถรู้ได้เลยว่าสินค้าหรือบริการของเราจะมีความต้องการตลอดหรือไม่   จึงจำเป็นต้องใช้จ่ายอย่างประหยัดและบริหารจัดการเงินอย่างเคร่งครัด  ไม่เหมือนมนุษย์เงินเดือนที่สิ้นเดือนก็เห็นยอดเงินอยู่แล้วสามารถแบ่งไปใช้จ่ายได้อย่างสบายใจ

     5. ต้องมีโชคช่วย ถ้ามองว่าโชคไม่มีผลแต่ผมพูดตรงๆ การทำธุรกิจส่วนตัว  โชคมีผลอย่างแน่นอนถ้าขายถูกเวลา ขายถูกสถานที่รายได้อาจเป็นกอบเป็นกำ และถ้าขายผิดสถานที่หรือสินค้าที่เลือกมาไม่ตรงใจลูกค้า อาจไม่มีรายได้เข้ามา และสิ่งแวดล้อมเหล่านี้บางทีก็ไม่สามารถคาดเดาได้ โชคถึงมีผลกับการทำธุรกิจส่วนตัว

     6. ปัญหาทุกอย่างต้องแก้ไขด้วยตัวเอง ในเมื่อเราเป็นเจ้าของธุรกิจปัญหาหลายๆอย่างจะตามเข้ามา ถ้าเราปล่อยปัญหาทิ้งไว้ไม่ยอมที่จะแก้ไข ธุรกิจของเราอาจล้มลงได้ เราจำเป็นต้องศึกษาหาหนทางในการแก้ปัญหาให้ได้มากที่สุดเพื่อให้ธุรกิจของเราอยู่รอดได้

     7. เวลาส่วนตัวไม่มี เมื่อคิดจะทำธุรกิจส่วนตัว  เราจำเป็นต้องทุ่มเทเวลาอย่างมาก  ถึงทุกคนจะมีเวลา 24 ชั่วโมงเหมือนกัน การที่เป็นลูกจ้างเราจะทำงานแค่เพียง 8 ชั่วโมง ถ้ามากกว่านั้นอาจจะมีโอที พอเลิกงานก็สามารถใช้เวลาทั้งหมดกับครอบครัวได้ กับสิ่งที่อยากทำได้ แต่ถ้าทำธุรกิจส่วนตัวลูกค้าหรือปัญหาต่างๆ จะมีเข้ามาได้ตลอดเวลา ทำให้ใน 24 ชั่วโมง จำเป็นต้องมีความพร้อมสำหรับปัญหาที่มีเข้ามา


     8. ไม่ใช้ทุกคนจะทำสำเร็จ  การทำธุรกิจส่วนตัวเป็นดังสุภาษิต “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” คนที่มีเงินทุนน้อยกว่า หรือมีความรู้ความสามารถน้อยกว่า ส่วนใหญ่ไม่ได้ร่ำรวยอย่างที่พวกเขาตั้งใจ อาจต้องล้มลุกคลุกคลาน  มามากมายแต่ก็ใช้ว่าจะประสบความสำเร็จได้  เพราะบางทีเขาอาจเลือกธุรกิจที่ผิดมันอาจไม่เหมาะกับพวกเขา หรือมีเงินทุนที่น้อยไป จึงไม่สามารถแข่งขันกับบริษัทขนาดใหญ่ได้ ยังอีกหลายปัญหาต่างๆมากมาย ทำให้คนที่ทำสำเร็จแล้วมีเงินทองร่ำรวยมีน้อยกว่า 5 เปอร์เซ็นต์ จึงไม่ใช้เรื่องง่ายๆอย่างแน่นอน 






     จากที่กล่าวข้อเสียของเจ้าของธุรกิจมานั้น  ต่อไปเราจะมาดูวิธีที่ทำให้มนุษย์เงินเดือน  สามารถที่จะร่ำรวยได้กันดีกว่า

     1. รู้จักแบ่งเวลา  เวลาเป็นสิ่งสำคัญทุกคน  ไม่ว่าจะร่ำรวยหรือยากจนทุกคนมีเวลาเท่ากัน คือ 24 ชั่วโมง การที่จะบริหารเวลาทั้ง 24 ชั่วโมง ให้มีคุณภาพที่สุดจำเป็นต้องมีการวางแผนที่ดี อย่างเช่น อาจใช้เวลาช่วงวันหยุด หรือหลังเลิกงาน  แบ่งเวลาไปทำอาชีพเสริม ยกตัวอย่าง เป็น Youtuber หารายได้จากค่าโฆษณาได้ ถึงรายได้จากค่าโฆษณาอาจยังไม่มีเข้ามา  เราก็ไม่ต้องกังวัล เพราะเรายังมีรายได้จากงานประจำอยู่ ทำให้ไม่เดือดร้อน


     2. ทำอาชีพเสริม  รายได้ทางเดียวในยุคปัจจุบันเป็นอะไรที่น่าเป็นห่วงมาก ถ้าเราทำงานอยู่ดีๆ  เกิดปัญหาบริษัทปิดตัวล้มละลาย หรือ ออกจากงานกะทันหันด้วยสาเหตุบางอย่าง  รายได้เราจะหยุดนิ่ง   ไม่มีรายได้พอที่จะมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวันแน่นอน อาชีพเสริมในปัจจุบันมีมากมาย ผมจะยกตัวอย่างคราวๆไว้เป็นแนวทาง เช่น Youtuber มีรายได้จากค่าโฆษณา    ขายของทางอินเตอร์เน็ต อาจเลือกสิ่งของที่เรามีความรู้ความเข้าใจมาขายเพื่อทำให้เราสามารถเข้าใจกลุ่มลูกค้าของเราได้   หรือ ขายกับข้าวหรืออาหารช่วงหลังเลิกงานเราอาจหาตลาดใกล้บ้านและจัดเตรียมสิ่งของไว้เพื่อไปขายหลังเลิกงาน   ทุกอย่างที่กล่าวมาสามารถนำมาประยุกต์ทำให้เกิดรายได้ ได้ทั้งสิ้น

     3. รู้จักการออมเงิน เก็บเงินสดไว้ใช้ยามฉุกเฉิน ปัญหาต่างๆเข้ามาหาเราบางปัญหาอาจเป็นปัญหาที่เราไม่ได้มีการเตรียมตัวไว้ ถ้าเรามีเงินสดอาจช่วยให้เรารอดพ้นไปได้  อย่างเช่นอยู่ดีๆอาจเจ็บไข้ได้ป่วยหลายเดือน ทำให้ทางบริษัทไม่จ่ายเงินเดือนให้กับเรา แถมยังมีค่ารักษาพยาบาลที่ต้องออกเอง ถ้าไม่มีเงินสด จำเป็นต้องไปกู้หนี้ยืมสิน เสียค่าดอกเบี้ยแทนที่จะได้เงินเก็บเพิ่มขึ้นๆ ทุกๆ เดือนกลับเสียเงินไปกับค่าดอกเบี้ยแทน การมีเงินออมถึงสำคัญกับทุกครอบครัว อย่างน้อยก็ควรมี 5 – 6 เท่าของเงินเดือนก็ยังดี

     4. ศึกษาการลงทุน  การลงทุนมีความเสี่ยงคนส่วนใหญ่มักพูดกันเสมอ ถ้าให้พูดกันแบบตรงไปตรงมา  ผมตอบได้เต็มปากได้เลยว่าจริงครับ แต่ถ้าเราศึกษามามากพอความเสี่ยงในการลงทุนจะเหลือน้อยมากจนแทบไม่มีความเสี่ยงเลย  การศึกษาเรื่องการลงทุนจึงเป็นสิ่งที่สำคัญ เพราะรายได้ทางเดียวเป็นอะไรที่เสี่ยงกับชีวิตมากๆครับ ถ้ามีรายได้เดือนละ 20,000 บาท และมีรายได้จากการลงทุนอีก เฉลี่ย เดือนละ 5,000  บาท รวมก็ 25,000 บาท คงดีไม่ใช้น้อย ยิ่งเราเก่งเรื่องการลงทุนเท่าไร ผลตอบแทนจากการลงทุนยิ่งเพิ่มมากขึ้น   มนุษย์เงินเดือนถึงห้ามทิ้งการลงทุนเด็ดขาด อาจเริ่มลงทุนในหุ้น หรือ อสังหาริมทรัพย์ อะไรก็ได้ที่เราถนัดและชอบ

     5. หาเส้นทางที่จะก้าวหน้าในสาขาอาชีพของตัวเอง  การที่เราก้าวหน้าในสาขาอาชีพของเราเองในฐานะมนุษย์เงินเดือนจะทำให้เรามีรายได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น อย่างเช่นเลื่อนตำแหน่งไปเป็นหัวหน้าแผนก หรือหัวหน้าส่วน เมื่ออยู่ในระดับที่สูงขึ้นรายได้มักจะเพิ่มมากขึ้น วิธีก็แค่ให้เราพยายามทำงานอย่างเต็มความสามารถและเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ดียิ่งขึ้น เพิ่มมูลค่าของตัวเราเพื่อให้เจ้านายหรือเจ้าของบริษัท มองเห็นถึงความรู้ ความสามารถ เมื่อมีตำแหน่งระดับสูงเข้ามา โอกาสที่ตำแหน่งนั้นจะเป็นของเราย่อมเป็นไปได้อย่างแน่นอน  ถ้าเราตั้งใจมากพอไม่ใช้เรื่องยากเลยครับ 




     เมื่อเรานำหลักการเหล่านี้ไปพัฒนาตัวเองผมเชื่อเหลือเกินว่าถึงเป็นมนุษย์เงินเดือนก็สามารถร่ำรวยได้ครับ เราได้มาเห็นข้อดีของมนุษย์เงินเดือน และข้อเสียของเจ้าของธุรกิจกันแล้วแต่ก็ใช้ว่าเจ้าของธุรกิจจะไม่มีข้อดีนะครับ เหรียญมีสองด้านเสมอ มันอยู่ที่เราว่าจะใช้ประโยชน์ของสิ่งที่เรามี  ได้มากแค่ไหน  มันไม่เกี่ยวกับอาชีพหรอกครับ  แต่มันเกี่ยวกับตัวบุคคลมากกว่า ถึงจะทำอาชีพอะไรถ้าเขามีความสามารถมากพอ ใฝ่ที่จะพัฒนาตัวเองอยู่ตลอดเวลา อย่างไรเขาก็จะสำเร็จในอาชีพของเขาได้อย่างแน่นอน ผมหวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์แก่คุณผู้อ่านนะครับ ....จาก ลงทุนดีด็อทคอม longtund.com เว็บไซต์สำหรับนักลงทุน

บทความที่ได้รับความนิยม