เข้าใจประเภทของการลงทุน ก่อนลงทุนจริง




     จากบทความที่แล้วที่ผมแนะนำให้ทำบัญชีรายรับรายจ่าย และหางานเสริมเพื่อให้มีเงินพอที่จะเริ่มลงทุน สงสัยกันไหมครับพวกเราจะลงทุนกันไปทำไม ที่พวกเราจะศึกษาการลงทุนเพราะรายได้จากการลงทุนนี้สามารถทำให้เรามีกินมีใช้โดยไม่ต้องทำงานเลย ฟังอาจดูว่าเป็นไปได้ยากแต่มันสามารถทำได้จริง ๆ ครับ สมมุติผมมีหอพักจำนวน 20 ห้อง ห้องละ 5,000 บาท และผมจ้างคนดูแล รายได้ที่หักคนดูแลแม่บ้านแล้ว ไม่ต่ำกว่า 70,000 บาท รายได้ตรงนี้สามารถทำให้เราไม่จำเป็นต้องทำงาน นี้ละข้อดีของการลงทุนน่าสนใจใช้ไหมละ

ก่อนจะลงทุนเราต้องเลือกการลงทุนที่เราสนใจหรือชอบก่อนมาดูประเภทการลงทุนกันว่ามีกี่ประเภทอะไรบ้าง
    ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ อสังหาริมทรัพย์ บ้าน คอนโด ที่ดิน บ้านพักอาศัย การลงทุนประเภทนี้ใช้เงินลงทุนสูงแต่ก็สามารถกู้เงินจากธนาคารมาลงทุนได้ทำให้เราไม่ต้องใช้เงินของเราลงทุน โดยอสังหาริมทรัพย์ก็มีลงทุนอยู่ 2 แบบ อย่างแรกคือการเกร็งกำไรซื้อมาขายไปยิงขายได้เยอะเท่าไรกำไรยิ่งมากอาชีพพวกนี้จะเป็นลักษณะของนายหน้าค้าที่หรือจะลงทุนด้วยเงินตัวเองก็ได้แต่การลงด้วยเงินตัวเองจะได้กำไรมากกว่า  แต่ถ้ายังไม่มีประสบการณ์ก็สามารถที่จะฝึกเป็นนายหน้าไปก่อนได้ครับ

    ลงทุนในตราสารหนี้ ตราสารหนี้คืออะไร เวลาบริษัทต้องการกู้เงินจำนวนมากและอยากได้ดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าธนาคาร จะออกตราสารหนี้โดยกำหนดระยะเวลาผ่อนชำระ ว่าจะผ่อนให้หมดภายในกี่ปี สามารถซื้อขายได้ หรืออาจเรียกว่า พันธบัตร หรือ หุ้นกู้ โดยมีหน่วยงานเอกชนหรือรัฐบาลเป็นผู้ออก การลงทุนในตราสารหนี้ถึงจะมีความเสี่ยงที่ต่ำก็จริงแต่ผลตอบแทนก็น้อยเช่นกัน อยู่ที่สัญญาส่วนใหญ่ 3-5 เปอร์เซ็นต์ ผู้ลงทุนต้องคิดว่าคุ้มหรือเปล่าถ้าดอกต่ำอาจแพ้อัตราเงินเฟ้อที่อยู่ประมาณ 3 เปอร์เซ็นต์ ต่อปี

    ลงทุนในของสะสม ของที่นักสะสมชื่นชอบบางรุ่นอาจมีราคาเพิ่มขึ้นถึง 100 เท่า อย่างเช่นนักสะสมพระเครื่องที่ลงทุนซื้อพระมาในช่วงหนุ่มๆ สาวๆ เพียงราคาองค์ละ 200300 บาท พอผ่านมาสัก 1020 ปี บางองค์มีมูลค่าถึงหลักหมื่น หลักแสนก็ยังมี ของสะสมที่ตลาดนิยมจะเป็นของสะสมที่ยิ่งนานวันยิ่งราคาสูงขึ้น ถ้าสนใจจะสะสมพระเครื่องให้สะสมพระที่ตลาดเริ่มนิยมหรือมีแนวโน้มที่จะนิยม แค่นี้ก็มีลุ้นกับราคาที่จะเพิ่มขึ้นได้ในอนาคตแล้วครับ นอกจากพระเครื่องยังมีของสะสมอีกหลายอย่าง เช่น นาฬิกา  ของเก่า  ภาพวาด และอื่น ๆ อีกมากมาย


     ลงทุนในสกุลเงินดิจิตอล ในปัจจุบันได้มีเงินดิจิตอลเพิ่มเข้ามาและเป็นที่สนใจของนักลงทุนทั่วไป การลงทุนในเงินดิจิตอลจัดว่ามีความเสี่ยงสูงมากเนื่องจากสกุลเงินนี้ยังไม่เป็นที่ยอมรับจากหลายๆประเทศ แต่ก็มีนักลงทุนหลายคนที่มีรายได้เป็นกอบเป็นกำ จากการลงทุนในเงินดิจิตอลมาแล้ว อย่างผมเองก็ลงทุนกับตัวขุด จนสามารถทำกำไรได้หลักหมื่นอยู่เหมือนกัน แต่ถ้านักลงทุนหน้าใหม่จะลงทุนในเงินสกุลนี้ให้ลงทุนเพียง 10 เปอร์เซ็นต์ ของเงินลงทุนทั้งหมดก็พอครับ

     ลงทุนกับทองคำแท่ง ทองคำตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันราคาของทองไม่เลยลดลงเลยกลับสูงขึ้นเรื่อยๆ ตามกาลเวลาเนื่องมาจากทองคำเป็นสิ่งที่ต้องการของมนุษย์ สามารถนำไปทำเครื่องประดับ และจากการที่มันมีอยู่ไม่มากจึงทำให้ราคาของมันสูงขึ้นเรื่อยๆ ถ้าต้องการลงทุนกับทองคำอาจแบ่งเงินสัก 20 เปอร์เซ็นต์ ไปลงที่ทองคำแท่งก็ถือว่าไม่เลวนัก

     ลงทุนในหุ้น เราสามารถซื้อหุ้นบริษัทชั้นนำในประเทศไทยได้ที่ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยการซื้อผ่านโบรกเกอร์ หรือนายหน้าซื้อขายหลักทรัพย์นั้นเอง การลงทุนในหุ้นถือว่าเป็นการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูง อาจได้สูงถึงปีละ 10-15 เปอร์เซ็นต์ ได้ไม่ยากถ้ามีความรู้ความเข้าใจในการลงทุนในหุ้นมากพอ อย่างเช่นถ้าเราเข้าใจในสินค้าหรือบริการของบริษัทนี้มาอย่างดี และสามารถเข้าใจงบการเงินต่างๆได้ จะช่วยลดความเสี่ยงที่จะขาดทุนได้ ยิ่งธุรกิจเติบโต เงินปันผลก็สูงขึ้น ผู้ถือก็รวยขึ้นทั้งราคาหุ้นที่เพิ่มมากขึ้นและเงินปันผลที่เพิ่มมากขึ้น


     ลงทุนในกองทุน กองทุนคือแหล่งที่ระดมเงินจากนักลงทุน ไปลงทุนโดยแบ่งการลงทุน เช่น กองทุนที่ระดมเงินทุนเพื่อลงทุนในตราสารหนี้ ลงทุนในหุ้นระยะยาว  ลงทุนในอสังหาริมทรัพย์  การลงทุนในกองทุนมีข้อดีตรงที่ไม่จำเป็นต้องมีความชำนาญในการลงทุนเรื่องนั้นๆ ทางกองทุนจะคัดผู้มีประสบการณ์มาช่วยในการตัดสินใจแทน ถ้านักลงทุนที่อยากลงทุนในหุ้นแต่ไม่มีเวลาศึกษาก็สามารถลงทุนในกองทุนได้ผลตอบแทนสูงเท่าๆกับการลงทุนในหุ้น

     เมื่อเราเข้าใจประเภทของการลงทุนแล้วที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับท่านแล้วละว่าอยากจะลงทุนในประเภทอะไร

บทความที่ได้รับความนิยม